คำนวณ Story Points ฟรี!

ประมาณ story points กับทีมได้ง่ายๆ โหวตพร้อมกัน เรียลไทม์ ไม่ต้องสมัคร

Story Points คืออะไร?

Story points คือหน่วยวัดที่ใช้ใน agile development เพื่อบอกว่า user story หรืองานชิ้นนึงต้องใช้ effort แค่ไหน แทนที่จะนับเป็นชั่วโมง story points เป็นแบบ relative นะ — มันบอกว่างานชิ้นนี้ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับงานที่ทีมเคยทำมาแล้ว แทนที่จะพยากรณ์ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ตรงๆ

ความแตกต่างนี้สำคัญมากในทางปฏิบัติเลย การประมาณเป็นชั่วโมงสร้าง commitment โดยนัย — ถ้า dev ประมาณงานว่า "สี่ชั่วโมง" แต่ใช้เวลาแปดชั่วโมง ทั้ง dev และ stakeholder ก็จะรู้สึกว่ามีอะไรผิดพลาด Story points หลบกับดักนี้เลย story ที่ประมาณ 5 points กับ story ที่ประมาณ 3 points ควรมีสัดส่วน effort ใกล้เคียงกัน — แต่ไม่มีตัวเลขไหนที่บอกว่าต้องใช้กี่ชั่วโมงทำงาน

Story points จับสามมิติพร้อมกันเลย: ปริมาณงาน, complexity (ยากแค่ไหนที่จะ implement ให้ถูกต้อง?), และความไม่แน่นอน (เราเข้าใจสิ่งที่ต้องทำดีแค่ไหน?) story อาจมีปริมาณงานน้อยแต่ complexity สูง — เช่น ต้องแตะ legacy system ที่เปราะบางและไม่มี documentation — ก็ควรได้ point สูงขึ้นเพื่อสะท้อนความยากนั้น ส่วน CRUD endpoint ตรงๆ อาจต้องพิมพ์เยอะแต่ความไม่แน่นอนน้อย ก็ควร size ตามนั้น

เมื่อเวลาผ่านไป ทีมจะสะสม velocity — จำนวน story points เฉลี่ยที่ทำเสร็จต่อ sprint velocity กลายเป็นเครื่องมือ forecast ที่น่าเชื่อถือ: ถ้าทีม average 32 points ต่อ sprint และ backlog ที่เหลือรวม 128 points ก็ประมาณได้ว่าต้องใช้อีกสี่ sprint เพื่อถึงเป้า release ได้เลย ทั้งนี้ทำงานได้ก็ต่อเมื่อการประมาณสม่ำเสมอและซื่อสัตย์ นั่นคือเหตุผลที่ planning poker technique — กับการเปิดการ์ดพร้อมกัน — ออกแบบมาเพื่อปกป้องความน่าเชื่อถือของการประมาณนั่นเอง

วิธีประมาณ Story Points ด้วย Planning Poker

facilitator อ่าน user story ออกเสียง — หรือวางไว้ใน description ของห้อง — แล้วตอบคำถาม clarify เบื้องต้น จากนั้นแต่ละคนเลือกการ์ดจาก deck ของตัวเองแบบ private เพื่อแสดง effort estimate พอทุกคนโหวตแล้ว การ์ดทุกใบก็เปิดพร้อมกันเลย

ถ้าโหวตทุกคนกระจุกอยู่ในหนึ่งหรือสองค่า ทีมก็ consensus แล้วสามารถใช้ค่า median หรือสูงสุดเป็น estimate ของ story ได้เลย แต่ถ้ากระจายกว้าง — สมมติมีคนโหวต 2 กับคนโหวต 13 — facilitator จะถามทั้งสองฝั่งให้อธิบาย reasoning นี่คือส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุดของ process เลยนะ คนที่โหวตต่ำอาจมี implementation ที่ง่ายกว่าในใจ ส่วนคนที่โหวตสูงอาจรู้ถึง dependency หรือ edge case ที่คนอื่นไม่รู้ หลังถกกันแล้วก็โหวตใหม่จนได้ consensus

ทั้ง process มี time-box นะ story นึงแทบไม่ควรใช้เวลาเกินห้าถึงสิบนาทีในการประมาณ ถ้าถกกันไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ consensus มักเป็นสัญญาณว่าควร table story นั้นไว้ก่อน นัด refinement session แยกกับ product owner แล้วค่อยไปต่อ

Scale ของ Story Points

Fibonacci

1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34

เหมาะกับ: ใช้ประมาณ story points ในทีม scrum ส่วนใหญ่เลย ช่องว่างที่ไม่เท่ากันช่วยให้ยอมรับความไม่แน่นอนได้เวลา story ใหญ่ๆ

T-shirt sizes

XS, S, M, L, XL, XXL

เหมาะกับ: ไซซ์ backlog คร่าวๆ และวางแผน roadmap ช่วงต้น ตอนที่ยังไม่ต้องการตัวเลขละเอียดมากนัก

Powers of 2

1, 2, 4, 8, 16, 32, 64

เหมาะกับ: ทีม engineering ที่ชอบตัวเลขเพิ่มเป็นเท่าตัวแบบสะอาดๆ เจอบ่อยในงาน infrastructure และ platform

อ่านคำอธิบายเชิงลึกว่าทำไม Fibonacci sequence ถึงเวิร์คสำหรับการประมาณได้ที่ ทำไม Planning Poker ถึงใช้ Fibonacci และถ้าอยากเข้าใจความต่างระหว่าง story points กับชั่วโมง ดูได้ที่ Story Points vs Hours เลย

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนประมาณ Story Points

1

ประมาณเป็นชั่วโมงแทนที่จะเป็น effort เชิงเปรียบเทียบ

Story points ตั้งใจออกแบบมาให้ไม่ผูกกับเวลานะ พอทีมแปลง points เป็นชั่วโมงตรงๆ ก็จะเสียประโยชน์ของการ sizing แบบ relative และเริ่ม over-commit ไปเรื่อยๆ เก็บ story points ให้เป็น abstract ไว้เลย — มันวัด complexity และ effort เทียบกับประวัติของทีมเราเอง ไม่ใช่นาฬิกา

2

ให้คนคนเดียว anchor การถกเถียงทั้งหมด

ถ้า senior engineer ประกาศตัวเลขก่อนใครเลย ที่เหลือก็จะโน้มเอียงไปตามนั้นเอง ใช้การเปิดพร้อมกันเสมอนะ — ทุกคนเลือกการ์ดในใจแล้วเปิดพร้อมกันเลย นี่คือกฎสำคัญสุดของ planning poker และเหตุผลหลักที่ใช้เครื่องมืออย่าง Corgi แทน spreadsheet ธรรมดา

3

ประมาณ story ที่ใหญ่เกินไปจนไม่สามารถ size ได้แม่นยำ

ถ้า story นึงได้ estimates ที่กระจายมากผิดปกติตลอด แสดงว่า story นั้นอาจใหญ่หรือคลุมเครือเกินไปแล้ว การโหวตการ์ด infinity คือสัญญาณดีเลย: story นี้ต้องถูกแบ่งหรือ refine ก่อนถึงจะประมาณได้ พยายามบังคับ consensus กับ story ที่ใหญ่เกินแค่เสียเวลา planning และได้ตัวเลขที่ไม่น่าเชื่อถือ

ดูเพิ่มเติม

Connecting